poln
วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
|
|
|
|
วันศึกษาศาสตร์ มมส
|
|
| ที่มา : คณะศึกษาศาสตร์ | |
วิกฤติขาดแคลนครู 2 แสนคน สพฐ.สอบบรรจุพิเศษ1.2พันอัตรา
วิกฤติขาดแคลนครู 2 แสนคน
สพฐ.สอบบรรจุพิเศษ1.2พันอัตรา-ให้สิทธิ์เอกบริหาร-ท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 26 ก.ย.55 นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ปฏิบัติหน้าที่ อ.ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ว่าที่ประชุมได้เห็นชอบการปรับเพิ่มกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการเพิ่มเติ่ม ในปีงบประมาณ2556-2559 ซึ่งได้มีการเสนอให้ปรับเพิ่มอัตรากำลังอีก จำนวน 2,940 อัตรา โดยเพิ่มในกรอบอัตราพนักงานราชการกลุ่มงานบริหารทั่วไป ตำแหน่งครูผู้สอน จากกรอบอัตรากำลังที่กำหนดไว้เดิม 20,183 อัตรา ทำให้มีกรอบอัตรากำลังกลุ่มดังกล่าว รวม 23,123 อัตรา จำแนกเป็นอัตรากำลังที่ทดแทนลูกจ้างประจำที่มีลักษณะที่ไม่ใช่งานจ้าง เหมาบริการ 425 อัตรา และทดแทนลูกจ้างชั่วคราว 22,698 อัตรา
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่จะ มีข้าราชการครูในสถานศึกษาสังกัด สพฐ.เกษียณอายุราชการปกติ และเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด ในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือระหว่างปี 2555-2565 เป็นจำนวนมากนั้น เป็นเรื่องของนโยบายว่าจะมีแนวทางการดำเนินการอย่างไรเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งจากข้อมูลล่าสุด สพฐ.ได้ประเมินพบว่าจะมีข้าราชการครูในสังกัดหาย ไปประมาณ 200,000 แสนกว่าคน จากจำนวนทั้งหมดในปัจจุบัน ประมาณ 4.3 แสนกว่าคน
"เรื่องนี้ถือเป็นวิกฤตการณ์ในอนาคต ที่จะต้องมีนโยบายว่าจะบริหารจัดการอย่างไร และคิดว่าคงไม่สามารถใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบปกติอย่างที่เคยทำ โดยใช้วิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุข้าราชการครูเข้ามาทดแทน ต้องใช้ระยะเวลานาน กว่าที่ข้าราชการครูจะสั่งสมประสบการณ์จนกระทั่งมีคุณภาพในการจัดการเรียน การสอน" นายชินภัทร กล่าว
ด้านนายไกร เกษทัน ผอ.สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สพฐ. กล่าวว่า ขณะนี้ สพฐ.กำลังขอข้อมูลจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ว่าต้องการอัตรากำลังในสาขาวิชาเอกใด เพื่อพิจารณากำหนดการสอบคัดเลือกบุคคล เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย ในกรณีพิเศษและเหตุจำเป็น ว12 ประมาณ 1,200 อัตรา โดยผู้มีสิทธิ์สอบนั้นต้องเป็นกลุ่มครูอัตราจ้างสอนที่ปฏิบัติหน้าที่มาไม่ น้อยกว่า 3 ปี และเปิดโอกาสให้ไปสอบคัดเลือกลงในเขตพื้นที่การศึกษาใดก็ได้ ที่ได้รับการจัดสรรอัตราสอบคราวนี้ ส่วนวิชาเอก ที่เปิดสอบนั้นจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่จบการศึกษาในสาขาบริหารธุรกิจ บริหารการท่องเที่ยว ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู มีสิทธิ์สอบด้วย เนื่องจากที่ผ่านมา มีการเรียกร้องจากกลุ่มนี้ที่ปฏิบัติการสอนอยู่ในสถานศึกษา โดยปัจจุบันมีผู้ที่จบในสองสาขาวิชาเอกนี้ประมาณ 2 พันคน
"ส่วนการสอบนั้นจะใช้แนวทางเดียวกับการสอบ ครูผู้ช่วย ที่ผ่านมา คือจะมีข้อสอบส่วนกลางไปให้เขตพื้นที่ฯ ดำเนินการสอบในภาค ก และ ข ทั้งนี้ สพฐ.จะเร่งทำรายละเอียดแล้วจะเสนอที่ประชุม ก.ค.ศ.เห็นชอบต่อไป และคาดว่าจะดำเนินการรับสมัครและสอบได้ในช่วงปิดภาคเรียน เดือน ต.ค.นี้" ผอ.สพร. กล่าว
ที่มา สยามรัฐ
คลอดระเบียบแท็บเล็ต ร.ร.เอกชนไม่ขอถือว่าไม่เอา
สำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชนคลอดระเบียบหนุนแท็บเล็ตโรงเรียนเอกชน ไม่ยื่นขอถือว่าไม่ประสงค์จะรับ พร้อมไฟเขียวเพิ่มเงินรายหัวอุ้มครูเอกชน... เมื่อวันที่ 28 ก.ย. จากการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เพื่อให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ใช้ในการเรียนการสอน สำหรับนักเรียนโรงเรียนเอกชนในระบบ พ.ศ. … ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2555 เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญ อาทิ คุณสมบัติของนักเรียนที่จะได้รับแท็บเล็ต ต้องเป็นนักเรียนในโรงเรียนที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งโดยถูกต้อง ลงทะเบียนและเรียนอยู่จริง รวมทั้งเป็นนักเรียนที่ผู้ปกครองไม่แจ้งขอสละสิทธิ์ขอรับแท็บเล็ต โรงเรียนต้องยื่นคำร้องขอรับเครื่องต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอในท้องที่นั้นๆ หรือ สช. สำหรับโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ
ทั้งนี้ เมื่อ สช.ได้รับคำขอแล้ว ต้องตรวจสอบคำขอรับเครื่องเพื่อเสนอขออนุมัติจัดสรรตามประมาณการให้โรงเรียนโดยเร็ว และเมื่อโรงเรียนได้รับเครื่องแล้วต้องลงทะเบียน และแจ้งหน่วยงานที่ยื่นคำร้องดังกล่าวภายใน 3 วันทำการ พร้อมส่งเครื่องแท็บเล็ตที่ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติคืน หากโรงเรียนใดไม่ขอรับเครื่องแท็บเล็ตภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าโรงเรียนนั้นไม่ประสงค์ขอรับแท็บเล็ต และโรงเรียนต้องจัดหาเครื่องแท็บเล็ตให้นักเรียนตามระเบียบนี้ เว้นแต่ผู้ปกครองสละสิทธิ์ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายหัว ฉบับที่ 4 เพื่อรองรับการปรับเพิ่มเงินเดือนครูเอกชน ปริญญาตรีเป็น 15,000 บาท โดยปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายบุคคลในส่วนของเงินสมทบเป็นเงินเดือนครูระดับก่อนประถมและประถมเพิ่มขึ้น 601 บาทต่อคนต่อปี ระดับมัธยมศึกษาและประกาศนียบัตรวิชาชีพเพิ่มขึ้น 751 บาทต่อคนต่อปี เพื่อให้ครูได้รับเงินเดือนขั้นต่ำ 11,680 บาท และการอุดหนุนเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวแก่โรงเรียนเอกชนเพิ่มขึ้นจากเงินเดือนจนถึงเดือนละ 15,000 บาท
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)